ข้าวต้มปลา… มีประโยชน์ มากกว่าที่คิด
ปลานั้นมีมากมายหลายประเภท ถ้าเราจะพูถึงเรื่องของการแยกประเภทปลานั้น ก็คงสุดแท้แต่ว่าจะแยกกันด้วยวิธีใด จะแยกเพื่อประโยชน์ประเภทใด แต่ถ้าจะแยกในทางการแพทย์ แล้วล่ะก็ แยกปลาได้สองประเภทคือ ปลาน้ำจึด กับ ปลาน้ำเค็ม
ในขณะที่ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอ สร้าง กล้ามเนื้อ และมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ป้องกันโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ กระตุ้น การสร้างสารเคมีซีโรโทนินในสมองซึ่งมีฤทธิ์ต้านการซึมเศร้า นอกจากนี้ ยังเป็นสารอาหารสำคัญในการ สร้างเซลล์ประสาทในเด็กและทารกในครรภ์
กรดไขมัน โอเมก้า 3 ไม่ได้มีเพียงเฉพาะปลาทะเลเท่านั้น ปลาน้ำจืดในท้องถิ่นของเราก็มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง และบางชนิดสูงกว่าปลาทะเล เช่น ปลาสวายเนื้อขาว มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ถึง 2,570 มิลลิกรัมต่อปลา 100 กรัม ปลาช่อนมี 870 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ปลากะพงมี 310 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
นอกจาก นี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและโภชนวิทยา คลินิก โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ แนะนำว่า การกินปลาสม่ำเสมอจะได้กรดไขมันโอเมก้า 3 เพียงพอ และสมาคมแพทย์โรคหัวใจ สหรัฐอเมริกาแนะนำให้กินปลาไม่น้อยกว่า 2 มื้อต่อ สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำมันปลามากินเพิ่ม เพราะการได้รับน้ำมันปลาเสริมมากเกินไป อาจเกิดภาวะเลือดออกง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ กินยาแอสไพรินร่วมด้วย อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ เลือดออกในสมองได้ และปลาที่กินควรใช้วิธีการต้ม หรือนึ่ง
ในภาวะ ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น จึงอยากเชิญชวนให้กินปลาน้ำ จืดกันให้มากขึ้น เพราะนอกจากจะทำให้มีสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย
วิธีทำ ข้าวต้มปลา
วิธี ทำ เริ่มจากต้มข้าวต้มก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งใครจะใช้วิธีนำข้าวสวยมาต้มเลยก็จะทำได้ง่าย แต่ถ้าเลือกใช้ข้าวสารมาต้มก็จะได้กลิ่นหอมของข้าวและได้ข้าวเป็นเม็ดสวย กว่า
เมื่อต้มข้าวจนสุกแล้วก็พักไว้ก่อน หันมาทำส่วนผสมสำคัญของข้าวต้มปลากันบ้าง นำน้ำซุปไก่หรือน้ำซุปกระดูกปลามาต้ม
สำหรับใครที่มีเวลาน้อยไม่มีเวลาต้มน้ำซุปก็สามารถใช้ซุปก้อนแทนได้ ใส่เกลือลงไปสักหนึ่งหยิบมือ แล้วใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยที่ตำเอาไว้ลงไปต้มในน้ำซุปด้วย
พอน้ำเดือดแล้วหยิบขึ้นฉ่ายมาหนึ่งต้น หั่นเป็นท่อนๆแล้วใส่ลงไปในน้ำซุป รวมทั้งข่าเผาที่โขลกละเอียดแล้วใส่ลงไปพร้อมกัน เพื่อเวลาที่นำปลาลงไปต้มแล้วน้ำซุปจะไม่คาว และยังช่วยเพิ่มกลิ่นให้น่ากินยิ่งขึ้น จากน้ำนำปลากะพงลงไปในขณะที่น้ำกำลังเดือด อย่าคนจนกว่าปลาจะเริ่มสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลาและซีอิ้วขาว ชิมรสให้พอดีก็ปิดไฟยกลงได้ แต่อย่าต้มนานเกินไปจนเนื้อปลาแข็งหมดอร่อยล่ะ
เวลาจะเสิร์ฟตักข้าวต้มเอาแต่เนื้อข้าวใส่ชาม แล้วตักเนื้อปลาและน้ำซุปที่ต้มไว้ราดลงไป เอาผักชีต้นหอมและขึ้นฉ่ายที่เหลือหั่นเป็นท่อนสั้นๆ โรยหน้า พร้อมด้วยกระเทียมเจียวหอมๆราดตาม แล้วโรยพริกไทยปิดท้าย ได้ซดน้ำซุปร้อนๆกับเนื้อปลานิ่มๆผสมกับข้าวต้ม อร่อยอย่าบอกใครเชียว
สำหรับส่วนผสมมีดังนี้
ข้าวสาร 1/2 ถ้วย
เนื้อปลากะพง 2 ขีด
น้ำซุปไก่หรือน้ำซุปกระดูกปลา (หรือจะใช้ซุปก้อนก็ได้) 3 ถ้วย
รากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ด ตำผสมกัน 1 ช้อนโต๊ะ
ขึ้นฉ่าย 3 ต้น
ข่าเผาหรือคั่วโขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชี-ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทยป่นไว้โรยหน้าข้าวต้มปลา